02-150-2105-6 

5 ซอย สายไหม 58 สายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

E-MAIL: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ความรู้เรื่องระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตอนที่ 1

ระบบโทรทัศน์วงจรปิด หรือ CCTV System เป็นระบบส่งสัญญาณภาพจากตัวกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งตามที่ต่างๆ มายังระบบแสดงผลและบันทึกภาพ โดยทั่วไปจะติดตั้งอยู่คนละที่กับกล้อง


ประโยชน์ การใช้งาน ระบบโทรทัศน์วงจรปิด
1. ในด้านการรักษาความปลอดภัย ของบุคคลและสถานที่
2. ในการตรวจสอบการทำงาน ของเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ หรือการทำงานของพนักงาน
3. ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ เช่น ตรวจสอบจำนวนคนเพื่อการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ ฯ
4. ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมการจราจร เช่น ตรวจสอบปริมาณรถยนต์ฯ

การเชื่อมต่อ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. ระบบ Network Camera ใช้การเชื่อมต่อผ่านสาย UTP หรือ สาย LAN ที่ใช้ในการเชื่อมต่อโครงข่ายคอมพิวเตอร์ และ Internet ที่มีอยู่แล้วได้ อย่างสะดวกรวดเร็ว
2. ระบบ Analog Camera ใช้การเชื่อมต่อผ่านสาย Coaxial Cable เพื่อใช้งานได้สะดวก ระบบกล้องวงจรปิดสามารถส่งข้อมูลผ่าน ระบบ Internet ได้ ซึ่งสามารถ รับชมภาพ จากที่ใดๆ ก็ได้ที่มีการเชื่อมต่อ Internet

อุปกรณ์ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่ม ดังนี้

ส่งสัญญาณ ต่อเชื่อมสัญญาณ รับสัญญาณ
กล้องรับภาพ (CAMERA) เครื่องสลับภาพ (SWITCHER) จอมอนิเตอร์ (MONITOR)
เลนส์ (LENS) เครื่องแบ่งสัญญาณภาพ (QUAD) เครื่องบันทึกภาพ(RECORDER)
ขายึดกล้อง (BRACKET) เครื่องแบ่งสัญญาณภาพ (MULTIPLEXER)  
ชุดหุ้มกล้อง (HOUSING) อุปกรณ์ควบคุม (CONTROL)  
หัวก้มและส่าย (PAN/TILT)    
หัวส่าย (SCANNER)    

ลักษณะของตัวอุปกรณ์และการทำงาน
กล้องรับภาพ (CAMERA)
โดยทั่วไปแล้วจะถูกแบ่งง่ายๆ ออกเป็นสองชนิดคือ กล้องสีและกล้องขาวดำซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการ ของผู้ใช้และสถานที่ในการ ติดตั้งซึ่งต้องประกอบไปด้วยลักษณะของการใช้งานจริง

กล้องสี ควรใช้งานกับสถานที่ที่มีแสงสม่ำเสมอ เช่น ซูปเปอร์มาเก็ต มินิมาร์ท ร้านทอง ฯลฯ เป็นต้น จากกลุ่มที่ยกตัวอย่างให้เห็นนั้นมีความ เหมาะสมกล่าวคือ กล้องสีสามารถแยกแยะรายละเอียดหรือสีของสิ่งของ ได้ดี และในสถานที่ที่ยกตัวอย่างดังกล่าวก็มีการใช้แสงสว่างค่อนข้างมาก และสม่ำเสมอภาพที่มาปรากฏบน หน้าจอมอนิเตอร์ ก็จะมีความชัดเจน
กล้องขาวดำ กล้องชนิดนี้เป็นกล้องที่ใช้แสงในการรับภาพต่ำมาก (LUX) เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้งานในด้านการรักษาความปลอดภัยเนื่องจาก สามารถดูในเวลากลางคืนได้ดีกว่ากล้องสีเหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ในอาคาร คลังสินค้า โรงงาน กระบวนการผลิต พื้นที่อันตราย เคาน์เตอร์เก็บเงิน ลานจอดรถ ปั๊มน้ำมัน หรือสถานที่ที่ใช้อุปกรณ์ดูแลรักษาความปลอดภัย
หมายเหตุ ปัจจุบันกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจะใช้แผงรับภาพแบบ CCD (Charge Couple Device) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เซมิคอนดัคเตอร์ประเภทหนึ่ง ในกล้องราคาถูกจะไม่มีหน่วยประมวลผลภาพ และหน่วยความจำ ซึ่งเรียกว่าส่วนประมวลผลภาพดิจิตอล (DSP : Didital Image Signal Processing) ซึ่งจะทำให้กล้องที่ไม่มีหน่วยประมวลผล DSP อยู่จะซีดจาง และความคมชัดลดลง เมื่อใช้งาน ผ่านไปช่วงหนึ่ง

เลนส์ (LENS) โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ชนิดดังนี้
เลนส์ แบบ NO IRIS เป็นเลนซ์ชนิดที่มีความสามารถในการใช้งานได้เพียงการปรับความคมชัด (FOCUS) ได้อย่างเดียว
เลนส์ แบบ MANUAL IRIS เป็นเลนซ์ที่สามารถปรับได้ทั้งความคมชัดและปรับแต่งความมืด สว่างของภาพได้ ตัวอย่างเช่น ในสถานที่ที่ต้องการติดตั้งกล้องแต่ในสถานที่ดังกล่าวมีแสงค่อนข้างมากแต่มีการเปลี่ยนแปลงความสว่างของแสงไม่มากและต้องการความคมชัดทั้งภาพก็สามารถใช้เลนซ์ชนิดนี้เป็นตัวช่วยได้
เลนส์ แบบ AUTO IRIS เป็นเลนซ์ชนิดที่ปรับสามารถปรับได้ทั้งความคมชัดและในส่วนของการปรับแสงเป็นการปรับโดยอัตโนมัติโดยทำงานร่วมกับวงจรคอนโทรลภายในตัวกล้องซึ่งจะปรับหน้าเลนซ์ไปตามสภาวะของแสงในสถานที่ที่ทำการติดตั้งกล้อง
เลนส์ แบบ ZOOM เป็นเลนซ์ที่มีความสามารถดึงภาพในระยะไกลซึ่งเป็นการคอนโทรลการดึงภาพความคมชัดได้จากอุปกรณ์ควบคุมโดยการเดินสายจากตัวอุปกรณ์มายังตัวคอนโทรลซึ่งมีขนาดให้เลือกใช้ตามระยะที่ต้องการใช้จริง
หมายเหตุ ปัจจุบันกล้องบางชนิดสามารถปรับการรับและแสดงผล ขาวดำ/สี ตามสภาพ ความเข้มแสงที่ได้รับในกรณีที่บริเวณ จุดติดตั้งมีสภาพแสงคงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยสามารถ ใช้เลนซ์ แบบ No IRIS หรือ Manual RIS ควบคู่กับระบบ Electronic Shutter ก็จะให้ผลได้ดี ใกล้เคียงกับการใช้เลนซ์แบบ Auto IRIS
I Ms.Venus Kaewyoo (4840111) Page 2
Closed Circuit Television System CCTV System
ขายึดกล้อง (BRACKET)
อุปกรณ์ชนิดนี้เป็นอุปกรณ์ที่จะต้องเลือกจัดหลังสุดหลังจากเมื่อจัดแล้วว่าใช้กล้อง เลนซ์ ชุดหุ้มกล้องอุปกรณ์ส่ายหมุนชนิดใดขนาดเท่าใด มีน้ำหนักเท่าไหร่เพราะในการจัดอุปกรณ์ชนิดนี้จะต้องให้เหมาะสม กับน้ำหนักที่จะต้องรับจากตัวอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งก็มีขนาดของ การรับน้ำหนักและคุณลักษณะในการติดตั้งหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ติดผนัง (WALL MOUNT) ติดเพดาน (CEILING MOUNT)
ชุดหุ้มกล้อง (HOUSING)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันตัวกล้องและตัวเลนซ์ให้พ้นจากแสงแดดและน้ำแม้กระทั้งไอหมอก ซึ่งจะส่งผลในการยืดอายุการใช้งานของตัวกล้องและเลนซ์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้และสถานที่ ที่ใช้เพราะมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งภายใน (INDOOR) และภายนอก (OUT DOOR) และมี ACCESSORIE ให้เลือกใช้มากมายไม่ว่าจะเป็นใบปัดหน้าชุดครอบ อุปกรณ์หล่อเย็น ในกรณีทีทำการติดตั้งในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือจะเป็นชุดอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันแรงกระแทกได้ ซึ่งเหมาะสมกับสถานที่ที่มีการกระแทกสูงๆ เช่น เหมืองแร่ต่างๆ
หัวก้มและส่าย (PAN/TILT)
เป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งมีหน้าที่ของตัวอุปกรณ์คือเป็นตัว ส่าย หมุน ก้มเงย ซึ่งนิยมนำไป ใช้ร่วมกับการใช้เลนซ์ ZOOM ก็จะได้ประสิทธิภาพสูงสุด มีให้เลือกใช้ทั้ง ภายใน (IN DOOR) ภายนอก (OUT DOOR) ซึ่งจะต้องใช้ควบคู่กับชุดควบคุมหรือชุดคอนโทรลเสมอโดยการเดินสาย จากตัวอุปกรณ์มายังชุดควบคุม หัวส่าย (SCANNER)
เป็นอุปกรณ์เสริมมีหน้าที่ของตัวอุปกรณ์คือ เป็นตัว ส่าย ซ้าย ขวา อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ค่อยนิยม ใช้มากนักเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ภายนอก (OUT DOOR) และอุปกรณ์ที่มีใช้ภายใน (IN DOOR) โดยส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากนัก ยกเว้นอุปกรณ์ที่มาจากทางอเมริกาซึ่งก็มีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมท่าที่ควร
เ เครื่องสลับภาพ (SWITCHER)
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับสัญญาณจากตัวกล้อง แล้วส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์รับภาพ โดยจะทำหน้าที่สลับภาพให้ภาพจากตัวกล้องมาปรากฏบนหน้าจอทีละภาพตามลำดับเวลาที่สามารถกำหนดได้โดยทั่วไปตั้งแต่ 1-35 วินาทีและมีขนาดให้เลือก ใช้หลายขนาดคือ จะมี 4 6 8 12 16 ช่องรับสัญญาณ ซึ่งสามารถเลือกใช้ตามจำนวนของกล้อง ที่จะใช้จริง
Ms.Venus Kaewyoo (4840111) Page 3
Closed Circuit Television System CCTV System
เครื่องแบ่งสัญญาณภาพควอร์ต (QUAD)
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเหมือนกับเครื่องสลับภาพแต่จะทำหน้าที่ต่างกันในขาออกคือภาพที่ได้จะปรากฏอยู่บนจอพร้อมกัน 4 ภาพ (หมายถึง QUAD 4 CH) ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า QUAD จะทำหน้าที่แบ่งสัญญาณบนหน้าจอภาพ ซึ่งข้อดีของอุปกรณ์ตัวนี้คือจะไม่เกิดช่องว่างของเวลา ในการสลับภาพเหมือนเครื่องสลับภาพ และในขณะเดียวกันถ้ามีการต่อพ่วงเข้ากับเครื่องบันทึกภาพก็จะได้ภาพทั้งหมดพร้อมกันในการบันทึกภาพ ซึ่งก็จะมี 2 ขนาดในการใช้คือQUAD 4 CH, QUAD 8 CH (DUAL PAGE) ซึ่งจะแสดงความแตกต่างในการใช้งาน DIAGRAM แนบท้าย
เครื่องแบ่งสัญญาณภาพมัลติเพลกเซอร์ (MULTIPLEXER)
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับสัญญาณเหมือนกับเครื่องสลับภาพและเครื่องแบ่งสัญญาณภาพควอร์ต แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือสามารถแบ่งสัญญาณภาพบนจอได้ถึง 9 ส่วน หรือ 16 ส่วนนั้น หมายถึงรับสัญญาณจากกล้องได้ถึง 9 ตัว หรือ 16 ตัว นั้นเอง โดยหน้าที่พิเศษของตัวเครื่องแบ่งสัญญาณภาพมัลติเพลกเซอร์ นี้ก็คือในกรณีที่ทำการบันทึกภาพลงบนเนื้อเทป (ม้วน VDO) แล้วนั้นซึ่งในการบันทึกก็จะบันทึกภาพทั้ง 16 กล้อง ลงไปพร้อมๆ กัน ซึ่งโดยปกติจากการบันทึกเทป เมื่อบันทึกลงเป็น 16 ส่วน ก็จะได้ภาพเป็น 16 ส่วน ในกรณีที่มีการ PLAY BACK แต่ประสิทธิภาพของ MULTIPLEXER สามารถที่จะดึงภาพใดภาพหนึ่งใน 16 ภาพขึ้นมาเป็นภาพใหญ่เต็มจอ (FULL SCREEN) ได้จากเนื้อเทปที่ทำการบันทึกไว้แล้ว ความสามารถพิเศษของอุปกรณ์ตัวนี้อีกอย่างคือ ในเวลาที่มีการเข้าระบบบันทึกภาพและมีการควบคุมที่หน้าจอภาพโดยควบคุมให้ภาพในขณะนั้นเป็นภาพจาก กล้องใดกล้องหนึ่งแต่ในการบันทึกภาพก็จะได้ภาพทั้ง 16 กล้อง เช่นเดิม ซึ่งประโยชน์ก็คือก็จะได้ภาพทั้ง 16 กล้องดยไม่ขาดตอนในการบันทึกแม้หน้าจอภาพจะถูกควบคุมไปแบบใดก็ตาม
โ จอภาพมอนิเตอร์ (MONITOR)
ทำหน้าที่รับสัญญาณเพียงอย่างเดียว ซึ่งตัวแปรต่างๆ ของระบบจะขึ้นอยู่กับการเลือก ใช้อุปกรณ์ต่อเชื่อมสัญญาณ ว่าจะใช้อุปกรณ์ใด จอภาพมอนิเตอร์ก็จะปรากฏภาพดังนั้น ซึ่งโดยทั่วไปก็จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ จอภาพสีและจอภาพขาวดำโดยมีขนาดให้เลือกหลายขนาดตามจุดประสงค์และความต้องการ
เครื่องบันทึกภาพ (RECORDER)
ทำหน้าที่รับสัญญาณภาพขาออกจากอุปกรณ์ต่อเชื่อมสัญญาณและทำการบันทึกภาพ โดยทั่วไปที่ใช้กัน จะใช้อยู่ 2 ระบบ คือ ระบบ Digital และ ระบบ Analog
ระบบ Analog แบ่งเป็นดังนี้
ระบบ VHS หรือเครื่องเล่น VDO ที่ใช้ดูภาพยนตร์กันอยู่ทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันเครื่องเล่น VDO ทั่วไปก็จะมีระบบ LONG PLAY ซึ่งในการบันทึกภาพด้วยระบบนี้สามารถช่วยยืดเวลาการบันทึกของเนื้อเทปที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สามารถบันทึกได้เป็น 2 เท่าของ เนื้อเทปปกติคือ เมื่อเราใช้เทปขนาด E240 หรือ 4 ชั่วโมงแล้วบันทึกด้วยระบบ LONG PLAY ก็จะสามารถบันทึกภาพได้ถึง 8 ชั่วโมงโดยภาพแต่ละภาพจะห่างกันเพียง 0.03 วินาที Ms.Venus Kaewyoo (4840111) Page 4
Closed Circuit Television System CCTV System
ระบบ TIME LAPSE ในกรณีที่ชั่วโมงในการบันทึกภาพจากเครื่องเล่น VDO ดังกล่าวไม่เพียงพอต่อความต้องการในการบันทึกภาพก็คงจะต้องหันมาใช้เครื่องบันทึกภาพชนิดนี้เพราะเครื่องบันทึกภาพชนิดนี้สามารถจะช่วยยืดเวลาในการบันทึกภาพโดยการใช้ม้วนเทป VDO ชนิดเดียวกันแต่สามารถเพิ่มเวลาในการบันทึกได้มากกว่าคือโดยทั่วไป จะมีตั้งแต่ 24 48 96 168 จนถึง 960 ชั่วโมงโดยใช้ม้วน VDO ขนาด E240 เพียงม้วนเดียว แต่เนื่องจากเราใช้เทป 4 ชั่วโมง บันทึกภาพตามสเปคของ TIME LAPSE ไม่ว่าจะมีจุดมุ่งหมายในการใช้เครื่องบันทึก 24 ชั่วโมงจนถึง 960 ชั่วโมงนั้น ภาพที่ได้จาก เครื่องบันทึก ภาพดังกล่าวที่ไม่เป็นธรรมชาตินักกล่าวคือจะได้ภาพการเคลื่อนไหวเป็นช่วงเป็นช่วง โดยในแต่ละช่วงห่างกัน 0.16 วินาทีแต่ก็ถือได้ว่าภาพที่ได้เป็นภาพต่อเนื่อง (สเปคของ 24 ชั่วโมง) แต่ถ้าใช้เครื่องบันทึกที่มีชั่วโมงในการบันทึกมากๆ เช่นเครื่องบันทึกภาพ 960 ชั่วโมง ภาพในแต่ละภาพ จะห่างกันถึง 6.40 วินาที ดังนั้นในการเลือกใช้ควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการและดูจาก ผลที่ได้จากเครื่องบันทึกภาพด้วยว่าผู้ใช้เข้าใจและรับสเปคหรือผลที่ได้จากการทำงานของเครื่อง หรือไม่แต่ถึงอย่างไรก็ดีระบบนี้ก็เป็นที่นิยมมากกว่าระบบ VHS เพราะบันทึกได้ยาวนานกว่า จึงเหมาะกับงานด้านระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่า
ระบบ Digital แบ่งเป็นดังนี้
ระบบ DVR (Digital Video Recorder) เป็นการบันทึกข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk Drive) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการบันทึกลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปซึ่ง DVR มีคุณภาพที่ดีกว่าการบันทึกลงในเทปเพราะสามารถบันทึกได้ยาวนานกว่าตามแต่ขนาดของฮาร์ดดิสก์และการตั้งค่าความละเอียดของภาพ (Set Resolution) ในการบันทึกนอกจากนี้เวลานำภาพกลับมาดูภายหลังผู้ใช้สามารถกำหนด วัน เวลา ในการเรียกดูได้อย่างรวดเร็วและสามารถตรวจดูอุปกรณ์ตรวจจับการบุกรุกในขณะที่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุได้ด้วยนอกจากนี้คุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของระบบนี้ คือ สามารถติดต่อกับระบบ เครือข่ายเช่น LAN WAN PSTN ADSL ฯลฯ และทำ Motion Detection ได้โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ประเภทเครื่องประมวลผลภาพเข้ามาช่วยในการทำงานอุปกรณ์นี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการบำรุงรักษาในภายหลังเพราะไม่ต้องซื้อม้วน VDO และอายุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์ก็ยาวนานกว่าม้วน VDO มาก
PC – BASE เป็นอุปกรณ์บันทึกภาพที่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการทำงานแล้วสามารถติดต่อเข้ากับระบบเครือข่ายเช่น LAN WAL PSTN ADSL เป็นต้น ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลออกไปสามารถทำการ Remote เข้าสู่ระบบได้โดยที่เมื่อทำการบันทึกภาพข้อมูลที่บันทึกก็จะบันทึกลงในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบ PC-BASE นี้จะมีเสถียรภาพในการใช้งานด้อยกว่าแบบ Stand Alone เพราะระบบ PC-BASE นี้ต้องอาศัยความสามารถของคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอท์ฟแวร์ ที่จำเป็นจะต้องสนับสนุนกับตัวอุปกรณ์และมีสเปกของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สูงพอสมควร และที่สำคัญข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถนำไปตกแต่งได้ด้วยทำให้ข้อมูลอาจผิดไปจากข้อมูลจริง เช่น ภาพที่ได้อาจจะเป็นคนละภาพกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นก็ได้ทำให้ระบบนี้ไม่เหมาะกับงานด้านระบบรักษาความปลอดภัย
Stand Alone เป็นอุปกรณ์บันทึกภาพที่ทำการบันทึกลงในฮาร์ดดิสก์ เช่นเดียวกับระบบ PC-BASE สามารถทำงานได้โดยลำพังหรือติดต่อเข้ากับระบบเครือข่ายก็ได้ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลออกไปสามารถ Remote เข้าสู่ระบบได้ระบบที่เป็นแบบ Stand Alone นี้จะมีเสถียรภาพมากกว่า แบบ PC-BASE เพราะไม่ต้องพึ่ง
Ms.Venus Kaewyoo (4840111) Page 5
Closed Circuit Television System CCTV System
ฮาร์ดแวร์และซอท์ฟแวร์จากคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการแบบเอนกประสงค์ซึ่งต่างจากระบบปฏิบัติการที่ สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะซึ่งขนาดเล็ก มีความเร็วในการเรียกใช้งานที่สูงเพราะเก็บไว้ในหน่วยความจำชนิดพิเศษ ซึ่งจะไม่เกิดความเสียหายจากภายนอก เช่น ไฟฟ้ากระชาก ไฟฟ้าดับ หรือ ไวรัส อีกทั้งโดยส่วนใหญ่แล้ว DVR มักจะมีฟังก์ชั่นการตรวจจับความเคลื่อนไหวรวมอยู่ด้วย ระบบ Stand Alone มักจะใช้ฮาร์ดแวร์ในการทำงานฟังก์ชั่นนี้ทำให้การตรวจจับมีความมั่นคงแน่นอนและรวดเร็วกว่า ข้อมูลที่ได้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เหมือนระบบ PC-BASE ที่บางครั้งข้อมูลภาพที่ได้อาจถูกตกแต่งขึ้นมาก็ได้ดังนั้นการทำงานของระบบนี้ จึงเหมาะกับงาน ด้านระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่า
หมายเหตุ ปัจจุบันมีการพัฒนาการบันทึกผลลงในอุปกรณ์บันทึกผลข้อมูลที่เรียกว่าฮาร์ดดิสก์ ซึ่งจะทำให้สะดวกในการเก็บภาพ โดยไม่ใช้เทปเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังสามารถเพิ่ม เติมความจุ หรืออาจจะให้ฮาร์ดดิสก์ แบบถอดได้ (REMOVABLE HARD DISK) ทำให้ สะดวกในการเก็บภาพ โดยข้อดีของการเก็บภาพแบบดิจิตอล มีหลายประการ
1. ไม่มีความจำเป็นต้องถอดเปลี่ยนเทปเหมือนเดิม
2. สามารถค้นหาข้อมูลภาพได้รวดเร็วกว่ามาก
3. สามารถทำการโอนถ่ายข้อมูลภาพ ผ่านระบบเครือข่าย และนำมาแสดงผลโดยเครื่องพิมพ์ได้ทันที
โทรทัศน์วงจรปิด ส่วนมากที่ใช้งานในปัจจุบันนี้มี 2 ลักษณะ คือ
1. ติดตั้งตายตัว หรือ กล้องติดอยู่กับที่ (Fixed Camera) หมายถึง ตัวกล้องจะติดตั้งอยู่บนขากล้องหรืออื่นๆ ซึ่งไม่สามารถจะขยับ หรือหมุนเปลี่ยนทิศทางในการดูได้ ถ้าต้องการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทาง ก็จะต้องถอดตัวกล้องแยกออกจากขากล้องจึงจะเปลี่ยนตำแหน่งได้
2. สามารถหมุนปรับทิศทางได้ (Moving Camera) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ระบบโทรทัศน์วงจรปิด จึงได้มีการเพิ่มอุปกรณ์ประกอบเข้าไป คือ ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ สามารถที่จะปรับให้หมุนซ้าย-ขวา ก้ม-เงย ได้ ( Pan and Tilt unit ) และอาจจะมีอุปกรณ์อื่นเพิ่มอีก เช่น เลนส์ปรับขนาดภาพได้ (Zoom Lens) และ เครื่องหุ้มกล้อง (Camera Housing) เป็นต้น