02-150-2105-6 

5 ซอย สายไหม 58 สายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

E-MAIL: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ความรู้เรื่องระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตอนที่ 3

กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera)
ทำหน้าที่แปลงสัญญาณภาพให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า โดยมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นตัวรับภาพในอดีต ใช้หลอดเป็นตัวรับภาพ หรือ สร้างภาพ เรียกว่า หลอดวิดิคอน (Vidicon Tube) เริ่มตั้งแต่ขนาด 1 นิ้ว 2/3 นิ้ว และ 1/2 นิ้ว ต่อมาได้มีการพัฒนา เป็น แผ่นรับภาพ หรือ CCD (Charge Coupled Device) เริ่มตั้งแต่ ขนาด 2/3 นิ้ว 1/2 นิ้ว 1/3 นิ้ว 1/4 นิ้ว

กล้องโทรทัศน์วงจรปิด มีทั้งขาว/ดำ (Monochrome) และสี (Color) ความสามารถในการทำงาน หรือ การใช้งานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการของงานตามแต่วัตถุประสงค์ในการเลือกใช้งาน เช่น ความไวแสง (Sensitivity) หมายถึง ปริมาณแสงน้อยที่สุดที่จะสามารถมองเห็นภาพได้ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด จะสามารถรับภาพได้จะต้องมีแสงส่องไปที่วัตถุนั้นและสะท้อนออกมาจากวัตถุนั้น กล้องแต่ละรุ่น แต่ละผู้ผลิต จะมีความไวแสงแตกต่างกันไป ดังนั้น ในการเปรียบเทียบความไวของกล้องแต่ละกล้อง ควรจะเปรียบเทียบที่มาตรฐานเดียวกัน เช่น กล้องตัวหนึ่ง ที่ 30 IRE F1.2 มีความไวแสง 0.64 LUX แต่เมื่อไปเทียบที่ 50 IRE F1.2 จะมีความไวแสงเป็น 2.0 LUX เป็นต้น ความคมชัดของภาพ (Resolution) กล้องที่ใช้งานโดยทั่วไป จะมีความคมชัดของภาพ ที่ 330 เส้น สำหรับกล้องสี ที่ 380 เส้น สำหรับกล้องขาว/ดำ แต่การใช้งานในบางกรณีก็มีความจำเป็นที่ต้องการกล้อง ที่ให้รายละเอียดของภาพสูงกว่าปกติ ก็จะต้องเลือกใช้กล้อง ที่มีความคมชัดของภาพสูง (High Resolution) เช่น 580 เส้นสำหรับกล้องขาว/ดำ หรือ 480 เส้นสำหรับกล้องสี เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแบบอื่นๆ อีกที่สามารถจะเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการ เช่น กล้องโดม (Dome Camera) จะเป็นกล้องที่มีลักษณะภายนอก (ตัวกล้อง) เป็นรูปทรงกลม บางชนิด หมุนได้รอบตัว ก้ม-เงยได้ กำลังเป็นที่นิยมใช้งานในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติด ตั้งภายในอาคาร โดยนำไปติดไว้กับฝ้า หรือผนังอาคาร ดูเรียบร้อยสวยงาม มีขนาดกะทัดรัด ไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ดูรกรุงรัง การติดตั้งง่าย และยังเป็นการพรางตา สำหรับคนทั่วไป ว่าที่นี่มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

 

เครื่องเลือก / สลับภาพ (Video Switcher) และเครื่องรวม / ผสมภาพ (Multiple Screen Displays)


ในระบบโทรทัศน์วงจรปิด ที่มีจำนวนกล้องมากกว่า 1 กล้อง แต่ต้องการให้แสดงภาพที่จอดูภาพเพียงจอเดียว ก็จะต้องมีอุปกรณ์มาช่วยเลือกภาพ หรือลำดับภาพ ภาพจากกล้องแต่ละกล้องจะแสดงภาพที่จอภาพ ครั้งละหนึ่งภาพ ไปตามลำดับ ตามจำนวนกล้องที่เครื่องเลือกภาพ/สลับภาพ เช่น เครื่องเลือกภาพ ใช้กับกล้อง 8 กล้อง ที่จอภาพจะเริ่มจากกล้องที่ 1 ไปจนถึงกล้องที่ 8 แล้วก็จะเริ่มใหม่


เครื่องรวม/ผสมภาพ ชนิด 4 ภาพ เป็นอุปกรณ์รวมภาพพร้อมกัน 4 ภาพ(จาก 4 กล้อง) ให้ไปรวมกันในจอดูภาพจอเดียวกัน โดยที่จอดูภาพจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ภาพแต่ละภาพจะมีขนาดเล็กลง ภาพทุกภาพที่แสดงอยู่จะเป็นภาพจากกล้องซึ่งเป็นภาพที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเป็นจริง (Real Time Action) เครื่องรวมภาพชนิด 4 ภาพนี้ บางรุ่นบางผู้ผลิต เมื่อนำไปต่อกับเครื่องบันทึกภาพ ขณะที่หน้าจอดูภาพแสดงภาพ 4 ภาพนั้น เมื่อเวลาเล่นเทปย้อนหลัง (Play back) สามารถที่จะเลือกดูภาพจากกล้องใดกล้องหนึ่งได้ หรือจะดูแบบ 4 กล้องพร้อมกันก็ได้ ข้อเสียของเครื่องรวมภาพชนิด 4 ภาพ ก็คือ ภาพถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนนั้นจะมีรายละเอียดของภาพน้อยลง ตามขีดความสามารถหรือคุณภาพของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ภาพที่แสดงอยู่จะเป็นเส้นกระพริบยิบๆ (ทำให้รำคาญตา)


เครื่องรวม/ผสมภาพ ชนิด 16 ภาพ เป็นอุปกรณ์ที่รวมภาพพร้อมกัน 16 ภาพ(จาก 16 กล้อง) ไปรวมกันในจอภาพจอเดียวกัน โดยที่จอภาพจะถูกแบ่งเป็น 16 ส่วน ภาพทุกภาพที่แสดงอยู่ จะเป็นการแสดงภาพจากวงจรหน่วยความจำของเครื่องฯ การเปลี่ยนไปของแต่ละภาพ จะเปลี่ยนไปในลักษณะของภาพเคลื่อนไหวช้าๆ ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจริง เครื่องรวม 16 ภาพนี้ บางรุ่นบางผู้ผลิตสามารถที่จะเปลี่ยนการแสดงภาพได้ หลายลักษณะ เช่น 16 ภาพ 12 ภาพ 9 ภาพ 4 ภาพ และภาพเล็กซ้อนอยู่ในภาพใหญ่ ในบางรุ่นบางผู้ผลิต หน้าจอดูภาพแสดง 16 ภาพหรือภาพอื่นๆ ที่ไม่ใช่ 16 ภาพ เมื่อต่อเข้ากับเครื่องบันทึกภาพ จะบันทึกทั้ง 16 ภาพ สามารถที่จะเล่นเทปย้อนหลังดูภาพจากกล้องแต่ละกล้อง หรือ 16 กล้องพร้อมกัน หรือในลักษณะอื่นได้ด้วย เรียกเครื่องรุ่นนี้ว่า Duplex Multiplexer แต่ในบางรุ่นบางผู้ผลิต หน้าจอภาพจะต้องแสดง 16 ภาพเมื่อต่อกับเครื่องบันทึกภาพ เครื่องบันทึกภาพ จึงจะบันทึก 16 ภาพ ถ้าจอภาพเปลี่ยนไปเป็นลักษณะอื่น (ที่ไม่ใช่ 16 ภาพ) เครื่องบันทึกภาพ จะบันทึกภาพตามหน้าจอภาพ และไม่สามารถที่จะเล่นเทปย้อนดูภาพแต่ละภาพได้ เรียกเครื่องรุ่นนี้ว่า Simplex Multiplexer ข้อเสีย การใช้เครื่องรวมภาพ ชนิด 16 ภาพ จะต้องใช้จอดูภาพที่มีขนาดใหญ่มาก จึงจะสามารถเห็นภาพแต่ละภาพได้ดี และภาพแต่ละภาพทีถูกแบ่งให้มีขนาดเล็กมากรายละเอียดของภาพจะมีน้อยและภาพที่แสดงอยู่จะเป็นเส้นกระพริบยิบๆ

 

จอภาพ ( Video Monitor)


จอภาพนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในระบบโทรทัศน์วงจรปิด เพราะว่ากล้องฯ รับภาพมาแล้วถ้าไม่มีจอภาพ ก็จะไม่สามารถเห็นภาพได้เลย การทำงานของจอภาพก็คือการรับเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้า จากกล้องฯ ให้มาเป็นภาพขึ้นที่หน้าจอ


จอภาพมีทั้ง ขาว/ดำ และสี มีหลายขนาด ตั้งแต่ 9 นิ้ว 12 นิ้ว 14 นิ้ว 20 นิ้ว หรือใหญ่กว่า ความคมชัด(Resolution) ของจอภาพก็มีส่วนสำคัญ ในการพิจารณาเลือกใช้งาน เช่น เลือกใช้กล้องสีฯ ที่มีความคมชัดถึง 480 เส้น ก็ควรจะใช้จอภาพที่มีความคมชัดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ถ้าใช้จอภาพที่มีความคมชัดน้อยกว่ามากๆ ก็จะไม่สมารถเห็นรายละเอียดต่างๆ ที่กล้องฯ รับมาได้ เป็นการสูญเสียการลงทุนในการเลือกใช้กล้องฯ ถ้าใช้ร่วมกับเครื่องรวมภาพ ก็ควรจำเป็นที่ต้องให้มีขนาดใหญ่ เพื่อที่จะได้สามารถดูภาพแต่ละภาพได้ ดังนั้นควรเลือกจอภาพให้พอดีกับความต้องการ และจะต้องคำนึงถึงผู้ที่มีหน้าที่ในการเฝ้าดูในการออกแบบการติดตั้งจอภาพ จะต้องเริ่มด้วยการกำหนดขนาดของจอภาพ จำนวนจอภาพที่จะใช้ทั้งหมด ระยะห่างระหว่าจอภาพกับ ผู้มีหน้าที่เฝ้าดู (ดูจากตารางข้างล่าง) มุมของการมองในแนวดิ่งระหว่างผู้เฝ้ามองกับจอภาพนั้น ไม่ควรเกิน 30 องศา ส่วนมุมมองทางด้านข้างแต่ละข้างของผู้เฝ้ามองไม่ควรเกิน 45 องศา

เครื่องบันทึกภาพ ( Video Recorder)


เครื่องบันทึกภาพรุ่นแรกๆ ที่ใช้ในระบบโทรทัศน์วงจรปิด จะเป็นชนิดจานม้วน (Reel) ขนาด 3/4 นิ้ว และขนาด 1/2 นิ้ว ต่อมาพัฒนาเป็นชนิดตลับ (Cassette) ก็ยังคงใช้ขนาด 3/4 นิ้วอยู่ จนมีการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงเป็นขนาด 1/2 นิ้ว ในอดีตเทปชนิดตลับมีอยู่ 2 ระบบ คือ Betamax ของบริษัท โซนี่ และ VHS ของบริษัท JVC ต่อมาในปัจจุบันคงเหลือแต่ระบบ VHS เท่านั้นได้มีการพัฒนาเป็น S-VHS เพื่อที่จะให้ได้คุณภาพของสีที่ดีกว่าเดิม ในปัจจุบันนี้พยายามที่จะทำการบันทึกภาพลงในแผ่นแม่เหล็กของคอมพิวเตอร์ ให้ได้ดีเท่ากับหรือดีกว่า ที่ใช้บันทึกด้วยเทปชนิดตลับ


เครื่องบันทึกภาพเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับระบบโทรทัศน์วงจรปิดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าสามารถจะเก็บภาพต่างๆไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงในภายหลังได้ เครื่องบันทึกภาพทั่วไปจะบันทึกภาพได้ตามความ
System960 ชั่วโมง แต่การบันทึกภาพที่ใช้เวลายาวนานแบบนี้ ภาพที่ได้จะไม่ต่อเนื่อง ยิ่งใช้เวลานานมากขึ้นเท่าใด ความต่อเนื่องของภาพก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ การตั้งระยะเวลายาวๆ เหมาะกับการใช้งานในบางกรณีเท่านั้น เช่น ใช้ร่วมกับระบบเตือนภัย เป็นต้น

 

ระบบส่งภาพทางไกล (REMOTE MONITORING SYSTEM: RMS)
เป็นระบบที่ผู้ใช้ปลายทางสามารถดึงภาพจากสถานที่ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดและระบบ RMS มาดูที่จอคอมพิวเตอร์ผ่านสายโทรศัพท์หรือ LAN ได้
ส่วนประกอบ ดังต่อไปนี้
􀂃 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณลักษณะตามที่โรงงานผู้ผลิต RMS กำหนด เช่น CPU ขนาดความเร็วอย่างต่ำขนาดของ RAM ฯลฯ
􀂃 VIDEO CARD ของโรงงานผู้ผลิต RMS
􀂃 ซอท์ฟแวร์ ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานของระบบ RMS
􀂃 ภาพจากกล้องวงจรปิด จะถูกส่งผ่านVIDEO CARD แล้วแปลงสัญญาณจาก ANALOG เป็น DIGITAL แล้วบันทึกลงฮาร์ดิสก์ 
􀂃 โดยปกติ VIDEO CARD 1 ตัวจะต่อกล้องได้ 4 ตัว ในเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง จะต่อได้ VIDEO CARD 4 ตัว (16 กล้อง)
􀂃 ความเร็วของภาพที่บันทึกจะขึ้นอยู่กับผู้ผลิต แต่ถ้าความเร็วสูงมากจะมีปัญหากับความจุของฮาร์ดดิสก์จะไม่เพียงพอ ความเร็วจึงควรจะเหมาะสมไม่เร็วหรือช้าเกินไป
􀂃 เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางจะดึงภาพจากคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งกล้องจะต้องใส่ซอฟท์แวร์เข้าไปก่อนจึงจะดูภาพได้
คุณสมบัติหลักที่ระบบส่งภาพทางไกลควรจะทำงานได้
􀂃 ใช้ข้อมูลในการบันทึกน้อยเพื่อประหยัดหน่วยความจำในฮาร์ดดิสก์
􀂃 MULTI TASKING ทำงานได้หลายหน้าที่ ทั้งการบันทึกภาพ แสดงภาพ เฝ้าดูจากระยะไกลและดูภาพ ที่บันทึกไว้ในขณะเดียวกัน
􀂃 ใช้ฮาร์ดดิสก์ได้หลายตัวเพื่อการบันทึกภาพได้ยาวนาน
􀂃 สามารถปรับขนาดของกรอบได้ตามต้องการ
􀂃 เตือนเมื่อหน่วยความจำฮาร์ดดิสก์เต็ม
􀂃 บันทึกภาพโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่อง
􀂃 สามารถเตือนภัยเมื่อมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่หวงห้าม
􀂃 เตือนภัยผ่านสายโทรศัพท์
􀂃 มีรหัสผ่าน (PASSWORD) เพื่อป้องกันบุคคลอื่นมาใช้ระบบ
􀂃 แสดงชื่อกล้องและเวลาที่บันทึกเพื่อสะดวกในการตรวจสอบ
􀂃 ฯลฯ